กระบวนการ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ บนหลังคา หรือ SOLAR ROOFTOP

กระบวนการ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ บนหลังคา หรือ Solar rooftop

กระบวนการ ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ บนหลังคา หรือ Solar rooftop

Blog Article

ระบบผลิตไฟฟ้าจากการติดแผงโซล่าเซลล์ หรือ Solar Rooftop เป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ราคาที่ไม่มีขั้นตอนการเผาไหม้ หรือชิ้นส่วนที่ต้องให้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตไฟฟ้าเหมือนพลังงานทดแทนอื่นๆ อย่างเช่นการผลิตไฟฟ้าที่ได้มาจากพลังงานลม พลังงานน้ำ หรือพลังงานชีวมวล ดังนั้นระบบผลิตไฟฟ้าแบบ solar rooftop นี้จึงสามารถติดตั้งได้ง่าย มีความทนทาน ปลอดภัย และง่ายต่อการบำรุงรักษา การติดตั้งสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ภายใน 1-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับขนาดโครงการโดยไม่รวมกระบวนการขอใบอนุญาต

พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการติดแผงโซล่าเซลล์ ผลิตได้จากแสงอาทิตย์นี้ สามารถทำงานร่วมกับกระแสไฟฟ้าจากระบบสายส่งหรือที่เรียกว่าระบบ Grid รับติดตั้งโซล่าเซลล์ โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ ปัจจุบันผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่จะรับประกันประสิทธิภาพของแผงโซล่าเซลล์สูงสุดถึง 25 ปี เพียงอาศัยการทำความสะอาดและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถจะยืดอายุการใช้งานของการติดแผงโซล่าเซลล์ได้อย่างยาวนานและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 80% ในปีที่ 25

ทั้งนี้กระบวนการติดตั้ง Solar Rooftop หรือการรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าบนหลังคามีดังนี้

1. สำรวจพฤติกรรมการใช้ไฟของอาคารเพื่อทราบกำลังผลิต และปริมาณของแผงโซล่าเซลล์ หรือ Solar PV ที่จะต้องติดตั้งบนหลังคาด้วยการดูหน่วยการใช้ไปจากบิลค่าไฟย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน

2. สำรวจหลังคาที่จะติดตั้งว่ามีอาคารสูงอยู่ใกล้เคียงหรือไม่ หากมีและอาคารสูงดังกล่าวตั้งอยู่ในทิศที่เงาของอาคารจะพาดผ่านหลังคาที่จะติดตั้ง พื้นที่หลังคาบริเวณที่เงาพาดผ่าน ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์

3. สำรวจประเภทหลังคาว่าเป็นวัสดุอะไร และความลาดชันของหลังคาว่ามากน้อยขนาดไหน เพราะปัจจัยทั้ง 2 อย่างมีผลกับการเลือกใช้แผงโซล่าเซลล์ และอุปกรณ์ในการยึดติดแผงโซล่าเซลล์

4. ทิศทางของหลังคาที่ต้องการติดตั้ง หากตั้งหันเอียงไปทางทิศที่แสงอาทิตย์สามารถส่องได้ยาวนานในระหว่างวัน เช่น ทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ จะถือว่าการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ที่ได้ประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุด หากหลังคาที่ต้องการติดไม่อยู่ในทิศที่เหมาะสม ทางวิศวกรผู้ออกแบบระบบจะต้องออกแบบให้มีโครงสร้างรองรับแผงหรือที่เรียกว่า Mounting ที่สามารถปรับทิศทางการรับแสงของแผ่นโซล่าเซลล์ไปทางทิศที่เหมาะสม

5. ตรวจสอบความแข็งแรงและการรับน้ำหนักของโครงสร้างหลังคาว่าสามารถรับน้ำหนักแผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์อื่นๆ ได้หรือไม่ ซึ่งโดยปกติรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 15-16 กก./แผ่น ดังนั้นวิศวกรโครงสร้างควรออกแบบหลังคาให้มีการรับน้ำหนักของการบรรทุกถาวรและการบรรทุกจรได้ไม่ต่ำกว่า 50 กก./ตรม.

6. เมื่อสำรวจทุกอย่างและได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว วิศวกรจะต้องคำนวณกำลังการผลิตที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ไฟไม่ให้เหลือทิ้งหรือไหลย้อนคืนสายส่งของการไฟฟ้าหรือเข้า Grid กรณีที่เป็นระบบ Solar rooftop แบบที่ไม่มีการกักเก็บไฟที่ผลิตได้ในแบตเตอรี่ เมื่อผลิตไฟฟ้าได้แล้วต้องใช้ทันที เพราะแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ยังมีราคาแพงและไม่เป็นที่แพร่หลาย

7. นอกจากนี้วิศวกรผู้ออกแบบยังต้องออกแบบการจัดวางและการรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ตลอดจนขนาด การจัดวาง และการติดตั้งของอุปกรณ์หลักอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อุปกรณ์แปลงไฟจากไฟฟ้ากระแสตรงของแผงโซล่าเซลล์เป็นกระแสสลับที่ใช้สำหรับอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าในบ้าน หรือที่เรียกว่า inverter ตลอดจนออกแบบขนาดสายไฟเชื่อมต่อระหว่างแผงโซล่าเซลล์ไปยัง inverter และตู้ MDB (ตู้ควบคุมไฟหลักของอาคาร)

8. ดำเนินการติดตั้งโครงสร้างรองรับแผงโซล่าเซลล์ หรือ Mounting เพื่อยึดเข้ากับหลังคาซึ่งวัสดุของโครงสร้างดังกล่าวจะเป็นอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาและไม่ขึ้นสนิม หลังจากนั้นดำเนินการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ หรือ Solar PV ตามที่วิศวกรได้ออกแบบไว้ โดยช่างจะต้องยึดติดแผงโซล่าเซลล์เข้ากับโครงอลูมิเนียมให้แน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้แผงหลุดร่วงจากหลังคา

9. ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ของระบบนอกเหนือจากการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เช่น ติดตั้ง inverter หรือการเดินสายไฟเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนระบบน้ำทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา ให้ครบสมบูรณ์

10. ทดสอบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาหรือ Solar Rooftop

11. จ่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากระบบโซล่าเซลล์ หรือ Solar Rooftop เข้าระบบไฟฟ้าหลักของอาคาร

อย่างไรก็ตามการติดแผงโซล่าเซลล์ในระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคานี้จะมีอายุการใช้งานตามการรับประกันของผู้ผลิตเป็นระยะเวลา 25 ปี จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของโครงการหรืออาคารที่ติดตั้งระบบแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา จะต้องจัดให้มีการดูแล ควบคุม และบำรุงรักษาระบบ รวมถึงอุปกรณ์หลัก เช่น การล้างทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ ตรวจสอบการทำงานของแผง ตรวจสอบการทำงานของ inverter สายไฟ และอุปกรณ์อื่นๆ อย่างน้อย 3 ครั้ง/ปี หรือทุก 4 เดือน เพื่อให้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนานตามการรับประกันของผู้ผลิต

Report this page